พฤษภาคม 27, 2026ความปลอดภัย

TikTok ยืนยันความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัย - ทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างสุขภาวะ (Digital Well-being) ของเยาวชนไทยอย่างเต็มกำลัง

กรุงเทพฯ – TikTok เป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ แสดงความคิดสร้างสรรค์ และเรียนรู้งานอดิเรกได้อย่างไร้ขีดจำกัด ขณะเดียวกัน ก็ไม่มองข้ามและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยออนไลน์ตามที่ผู้ปกครองห่วงใย เพื่อให้ความมั่นใจว่าเด็ก ๆ จะได้รับประสบการณ์ที่สร้างสรรค์และเหมาะสมกับช่วงวัยอย่างแท้จริงชูมาตรการปกป้องเยาวชนภายใต้หลัก Safety by Design คือหัวใจสำคัญด้วยความร่วมมือกับสถาบันระดับโลกอย่าง Boston Children's Hospital TikTok ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน:การตรวจสอบอายุที่เข้มงวด: เราใช้ระบบคัดกรองอายุ (Age-gate verification) ตามมาตรฐานสากล ทีมงานของเราได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะเพื่อระบุและลบบัญชีที่ต้องสงสัยว่ามีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 13 ปี) โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอในรายงานความโปร่งใสการตั้งค่าความปลอดภัย 50 รายการ: เยาวชนอายุต่ำกว่า 13 จะไม่สามารถมีบัญชี TikTok ได้ ขณะที่เยาวชนอายุ 13-17 ปี จะได้รับการตั้งค่าความปลอดภัยเริ่มต้นถึง 50 รายการ รวมถึงฟีเจอร์ Screen Time เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบและบริหารจัดการเวลาการใช้งานแอปพลิเคชันแต่ละวันได้อย่างเหมาะสมการจำกัดเวลาหน้าจอที่ 60 นาทีต่อวันความปลอดภัยเป็นค่าเริ่มต้น (Safety by Default):ความเป็นส่วนตัว: บัญชีของผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะถูกตั้งค่าเป็น "ส่วนตัว (Private)" โดยอัตโนมัติ จะมีเพียงคนที่คุณอนุมัติเท่านั้นที่สามารถติดตามคุณและดูโพสต์การจำกัดฟีเจอร์: มีการจำกัดการใช้งานบางฟีเจอร์ตามกลุ่มอายุ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มอายุ 13-15 ปีจะไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ Direct Messaging และ Livestreaming ขณะที่อายุ 16-17 ปี จะถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ Direct Messaging และไม่สามารถใช้ Livestreaming ได้การจัดระดับเนื้อหา: ใช้ระบบคัดกรองเนื้อหา หรือ Content Classification เพื่อให้เยาวชนรับชมเฉพาะเนื้อหาที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะฟีเจอร์ Family Pairing: เครื่องมือเชื่อมต่อบัญชีระหว่างผู้ปกครองและบุตรหลาน เพื่อสร้าง 'พื้นที่ตรงกลาง' ที่สมดุลไม่ตึงจนห้ามใช้งาน และไม่หย่อนจนปล่อยอิสระเกินไป ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถบริหารจัดการเวลาหน้าจอได้อย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดช่วงเวลา 'พักการใช้งาน' ได้ตามใจชอบ เช่น ช่วงเวลาเรียน หรือเวลาของครอบครัวGuardian Guide: คู่มือสำหรับผู้ปกครองที่รวบรวม "Tips from Teens" เพื่อช่วยลดช่องว่างในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจร่วมกันเรื่องความปลอดภัยในครอบครัว ดูที่นี่ร่วมมือกับภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญและองค์กรวิชาการแม้เป็นบริษัทระดับโลก แต่ TikTok ให้ความสำคัญกับการจัดการเนื้อหาและกฎระเบียบใน "ระดับประเทศ" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับภาษาท้องถิ่น วัฒนธรรม และประเด็นที่ผู้คนในพื้นที่กังวล ผ่านการสร้างพันธมิตรกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศไทย โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนไทยสม่ำเสมอ และนำเสียงของพวกเขามาปรับใช้ในการกำหนดผ่านกิจกรรมอย่าง Thailand Youth Forum พร้อมทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงหากำไร (NGOs) ด้านความปลอดภัยของเยาวชนในไทยอย่างใกล้ชิด เช่น เครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย (Thailand Internet Safety Coalition), มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (INET), มูลนิธิสายเด็ก (Childline Thailand) และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม (Social Innovation for Creative Society Foundation หรือ SIYF) เป็นต้น เพื่อรับคำปรึกษาด้านการใช้งาน TikTok และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย รวมถึงแคมเปญการศึกษาด้านความปลอดภัย พร้อมเครือข่ายอุตสาหกรรมในอาเซียนภายใต้การนำของ UNICEF และ ASEAN เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะดิจิทัลนอกจากนี้ TikTok ได้เผยถึงโครงการด้านการศึกษาที่วางเป้าหมายเสริมทักษะเชิงดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ พร้อมเริ่มดำเนินงานทั่วประเทศ อาทิโครงการสำหรับเยาวชนเพื่อยกระดับทักษะเยาวชนในยุคดิจิทัล โดย TikTok ได้จับมือกับมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ และกรุงเทพมหานคร เปิดตัวหลักสูตรการเรียนรู้ที่มุ่งส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่นักเรียนระดับประถมปลายและมัธยมศึกษาในสังกัดกรุงเทพฯ ผ่าน 'BMA Online Learning Hub' นอกจากนี้ TikTok ยังได้พัฒนาหลักสูตรพลเมืองดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ ให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีจาก 6 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เพื่อบ่มเพาะทักษะดิจิทัลที่สำคัญและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตทั้งนี้ ยังมีโครงการ Innovatok Contest 2026 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TikTok และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่กว่า 70 คน ร่วมเวิร์กช้อปสร้างทักษะการผลิตคอนเทนต์เกี่ยวกับนวัตกรรมที่มีคุณภาพและน่าสนใจบนแพลตฟอร์ม TikTok ด้วยความมุ่งมั่นส่งเสริมกลุ่มเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ ที่ให้ความรู้และความบันเทิง (Edutainment) ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ และนวัตกรรม พร้อมพัฒนาทักษะนักสื่อสารนวัตกรรม ในการถ่ายทอดแนวคิดที่ซับซ้อนให้แก่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้งานรุ่นเยาว์ซึ่งเป็นผู้ใช้กลุ่มหลักบน TikTokนอกจากนี้ โดยที่การเติบโตของ SME คือหัวใจสำคัญของฟันเฟืองเศรษฐกิจไทย TikTok จึงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจขนาดเล็กสู่ e-commerce อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการจัดทำหลักสูตรที่เติมเต็มศักยภาพ ทั้งด้านทักษะดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเพิ่มยอดขายบนโลกอีคอมเมิร์ซ และยกระดับทักษะอาชีพให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ผ่านเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศการให้ความรู้เพื่อป้องกันการหลอกลวงออนไลน์TikTok ให้ความสำคัญสูงสุดเรื่องความปลอดภัย เพื่อให้ชุมชนของเราได้รับประสบการณ์ที่ดีในการแสดงออกถึงความสร้างสรรค์และได้รับความเพลิดเพลินบน TikTokเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัย TikTok ได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ #คนไทยรู้ทัน (หรือ #ThaisAware) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยผนึกกำลังร่วมกับ 12 หน่วยงานพันธมิตรชั้นนำ เพื่อยกระดับการรู้เท่าทันสื่อและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ให้คนไทยใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากมิจฉาชีพในโลกยุคดิจิทัลได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (OCPB), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB), และสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC), ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และโครงการโคแฟค (COFACT)ผลักดันสุขภาวะบนโลกดิจิทัล Digital Well-beingล่าสุด TikTok ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัลที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้ใช้โดยเฉพาะผู้ใช้เยาวชนได้ผ่อนคลาย รีเซ็ตอารมณ์ และสร้างนิสัยการใช้งานโซเชียลมีเดียที่สมดุล ผ่านความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข เนื่องในโอกาสเดือนแห่งสุขภาพใจ (Mind Month) ของประเทศไทย ผ่านแคมเปญ Mind Moments:My Moments ยกฟีเจอร์ Time and Well-being นำเสนอแนวคิด Safety by Design ของ TikTok ได้อย่างชัดเจน พร้อมผสานพลังครีเอเตอร์ไทยสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัลที่ดีบนแพลตฟอร์มผ่านกิจกรรมเวิร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งนอกจากฟีเจอร์ Screen Time ที่ช่วยจัดการเวลาบนหน้าจอแล้ว ในแง่ของการสร้าง Well-being บนแพลตฟอร์ม TikTok ยังได้พัฒนาฟีเจอร์เพื่อสุขภาวะทางใจให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เช่นAffirmation Journal (บันทึกพลังบวก): พื้นที่สำหรับตั้งเป้าหมายและสร้างแรงบันดาลใจในแต่ละวัน พร้อมการ์ดข้อความเชิงบวกกว่า 120 แบบ ที่สามารถดาวน์โหลดหรือแชร์ให้ผู้อื่น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้มีสติและเสริมสร้างพลังใจSoothing Sounds (เสียงเพื่อการผ่อนคลาย): รวบรวมเสียงจากธรรมชาติ อาทิ เสียงฝน เสียงคลื่น และ White noise ที่ช่วยในการปรับอารมณ์และสร้างความผ่อนคลายระหว่างวันBreathing Exercises (ฝึกการหายใจ): แบบฝึกหัดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการฝึกสติและสมาธิWell-being Missions (ภารกิจสร้างสุขภาวะ): กิจกรรมสนุก ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเยาวชน ใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมายและเพิ่มความมั่นใจ โดยเมื่อทำภารกิจสำเร็จจะได้รับ "ป้าย" (Badge) เพื่อสร้างวินัยเชิงบวกในระยะยาวCreator Guides (วิดีโอแนะนำจากครีเอเตอร์): พื้นที่รวบรวมวิดีโอจากครีเอเตอร์ทั่วโลกที่จะมามอบคำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อใช้เครื่องมือต่าง ๆ บน TikTok ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลสุขภาพใจ

อ่านเพิ่มเติม
ว่างเปล่า